รู้จักตำแหน่งการเล่นในฟุตบอลจากเกม Football Manager กันดีกว่า


Goalkeeper ผู้รักษาประตู (GK)
ผู้รักษาประตูมันมีหลายแบบด้วยเหรอ? หลายคนอาจจะคิดแบบนี้ แต่จริงๆแล้วผู้รักษาประตูก็สามารถแบ่งได้ 2 ประเภทใหญ่ๆครับ

Goalkeeper
ผู้รักษาประตูแบบมาตรฐาน เป็นรูปแบบที่พบเห็นได้ทั่วๆไปในการทีมฟุตบอลเกือบทั้งหมด
หน้าที่ก็อยากที่เราๆท่านๆทราบดี ปักหลักอยู่ในเขตโทษ คอยสั่งการกองหลัง และป้องกันไม่ให้ลูกบอลข้ามเส้นไปได้เด็ดขาด
การเปิดเกมบุกก็จะใช้การขว้างบอลเร็ว หรือการเตะยาวไปข้างหน้า

ตัวอย่างผู้เล่นตำแหน่งนี้ : ผู้รักษาประตูเกือบทั้งหมด

Sweeper Keeper
ผู้รักษาประตูอีกแบบหนึ่งที่ต่างไปจากแบบมาตรฐาน
ผู้รักษาประตูลักษณะนี้นอกจากจะต้องทำทุกอย่างได้เหมือนผู้รักษาประตูทั่วๆไปแล้ว
จะทำหน้าที่เหมือนเป็นกองหลังตัวสุดท้ายให้กับทีมด้วย โดยการออกมาเล่นบอลนอกเขตโทษอยู่บ่อยๆ
ทั้งออกมาสกัดบอลที่หลุดจากแผงกองหลัง หรือออกมาเก็บบอลนอกเขตโทษเพื่อส่งบอลต่อให้เพื่อน
ผู้รักษาประตูลักษณะนี้พบเห็นได้ไม่มากนัก คุณสมบัติคือจะต้องเล่นบอลด้วยเท้าได้ดีและมีความเร็วในระดับหนึ่งด้วย

ตัวอย่างผู้เล่นตำแหน่งนี้ : เรน่าของลิเวอร์พูล ,บาเตสอดีตผู้เล่นของแมนยูและทีมชาติฝรั่งเศส

กองหลังตัวกลาง(DC)

กองหลังตัวกลางก็มีหลายแบบทีเดียว บางรูปแบบไม่ค่อยพบเห็นแล้วในฟุตบอลสมัยใหม่

Sweeper
สวีปเปอร์ หรือกองหลังตัวซ้อน เป็นกองหลังที่จะยืนห้อยต่ำกว่าไลน์กองหลังตัวอื่นๆ
ทำหน้าที่เป็นปราการด่านสุดท้ายก่อนผู้รักษาประตู
ผู้เล่นตำแหน่งนี้จะต้องคล่องและเร็ว เพราะต้องคอยตามสกัดผู้เล่นอีกฝ่ายที่หลุดเข้ามา ซึ่งอาจหลุดเข้ามาได้หลายทาง สวีปเปอร์จะต้องเร็วพอที่จะเข้าไปสกัดได้อย่างทันท่วงที
ปัจจุบันไม่ค่อยเห็นแล้วสำหรับผู้เล่นลักษณะนี้ เพราะกองหลังในปัจจุบันจะยืนเป็นไลน์เดียวกันมากกว่า
แต่ก็พอจะพบเห็นได้บ้างในแผนการเล่นที่ใช้ผู้เล่นกองหลังตัวกลาง 3 คน

ตัวอย่างผู้เล่นตำแหน่งนี้ : ฟิลิเป้ เม็กเซ่ของโรม่า, ฟรังโก้ บาเรซี่ของทีมชาติอิตาลีในอดีต

Stopper
สตอปเปอร์ หรือกองหลังตัวชน เป็นกองหลังที่จะยืนอยู่ข้างหน้าสวีปเปอร์ เป็นเหมือนปราการด่านแรกของกองหลัง
ผู้เล่นตำแหน่งนี้จะเข้ากดดันกองหน้าอีกฝ่ายเมื่อเข้ามาอยู่ในระยะ
หรือคอยประกบกองหน้าอีกฝ่ายไว้ไม่ได้ทำอะไรได้สะดวกเช่นเดียวกับสวีปเปอร์ ที่ปัจจุบันไม่ค่อยพบเห็นผู้เล่นลักษณะนี้แล้ว เพราะกองหลังตัวกลางมักจะยืนคู่กันมากกว่าจะยืนซ้อนกัน
เหมือนกับสวีปเปอร์ที่พอจะพบผู้เล่นแบบนี้ในแผนการเล่นที่ใช้กองหลังตัวกลาง 3 คน
โดยจะแบ่งหน้าที่ให้ตัวกลางเป็นสวีปเปอร์และกองหลังตัวด้านซ้าย-ขวาเป็นสตอปเปอร์

ตัวอย่างผู้เล่นตำแหน่งนี้ : คันนาวาโร่ของทีมชาติอิตาลี

Libero
ลิเบอโร่ เป็นตำแหน่งที่อาจจะเรียกได้ว่า “ตาย” ไปจากฟุตบอลสมัยใหม่แล้วหน้าที่ของลิเบอโร่ในเกมรับจะเหมือนกับสวีปเปอร์ทุกประการ
คือยืนอยู่หลังสตอปเปอร์ คอยสกัดบอลที่หลุดจากไลน์กองหลังเข้ามา

แต่สิ่งที่แตกต่างไปคือ ในเกมรุก ลิเบอโร่จะออกจากตำแหน่งตัวเอง และเติมเกมบุกให้กับเพื่อน
บางครั้งอาจเติมสูงถึงหน้ากรอบเขตโทษของอีกฝ่าย ทำหน้าที่เหมือนเป็นตัวทำเกมอีกคนหนึ่ง
ลิเบอโร่จะเป็นผู้เล่นที่เป็นศูนย์กลางของทีมทั้งเกมบุกและเกมรับ

ด้วยภาระหน้าที่รับผิดชอบที่มากนี้เอง ทำให้ตำแหน่งนี้ในปัจจุบันแทบจะไม่มีให้เห็นอีกแล้ว

เยอรมัน ดูจะเป็นชาติเดียวที่ยังอาลัยอาวรณ์ผู้เล่นตำแหน่งนี้อยู่
เพราะผู้เล่นตำแหน่งนี้เป็นเหมือนศูนย์กลางแผนการเล่นของเยอรมันแบบดั้งเดิม(ผู้เล่นเด่นๆในตำแหน่งนี้เป็นเยอรมันทั้งนั้น)
ทีมชาติเยอรมันเคยคิดจะปลุกผีระบบการเล่นที่ใช้ลิเบอโล่ขึ้นมาอีกครั้งเหมือนกัน
โดยเอาผู้เล่นตำแหน่งเพลเมคเกอร์มายืนแทน(ในตอนที่คิดนั้น จะเอาบัลลัคมาเล่น)
แต่ก็ดูเหมือนจะไม่เวิร์ค และล้มเลิกไปในที่สุด

ตัวอย่างผู้เล่นตำแหน่งนี้ : ฟราน เบ็คเค่นบาวเออร์และโลทา มัทเทอุสของทีมชาติเยอรมัน

Central Defender

กองหลังตัวกลางแบบมาตรฐานที่พบเห็นได้ทั่วๆไปในฟุตบอลสมัยใหม่
ปกติมักจะยืนคู่กันสองคนในระนาบเดียวกัน(เพื่อง่ายในการเช็คล้ำหน้า)
กองหลังตัวกลางเกือบทั้งหมดในปัจจุบันจะเป็นผู้เล่นในรูปแบบนี้แหละ
ทำหน้าที่คุมโซนในเกมรับ เช็คล้ำหน้า สกัดบอลที่ผ่านเข้ามา โหม่งบอลที่ถูกเปิดเข้ากลางฯลฯ

ในบางครั้ง คู่กองหลังก็อาจจะแบ่งหน้าที่แบบสวีปเปอร์-สตอปเปอร์ ได้เหมือนกัน
คือคนหนึ่งคอยไล่บอล อีกคนคอยซ้อนให้ แต่จะไม่ยืนเหลื่อมกันแบบสวีปเปอร์-สตอปเปอร์แบบดั้งเดิมเท่านั้นเอง

ตัวอย่างผู้เล่นตำแหน่งนี้ : กองหลังตัวกลางเกือบทั้งหมดในปัจจุบัน

Ball-Playing Defender
กองหลังตัวกลางประเภทนี้จะแตกต่างจาก Central Defender นิดหน่อย ตรงที่สามารถช่วยเพื่อนในการเปิดเกมรุกได้
โดยการเติมขึ้นสูงจากตำแหน่งยืนเล็กน้อยเพื่อจ่ายบอลให้กองกลาง
หรือคอยเป็นตัวพักบอลให้เพื่อนเพื่อเริ่มเกมบุกใหม่ในกรณีที่หาช่องเจาะแนวรับไม่ได้
การเล่นอาจจะคล้ายกับลิเบอโร่ เพียงแต่จะเน้นไปที่เกมรับมากกว่าเยอะ

ตัวอย่างผู้เล่นตำแหน่งนี้ : ริโอ เฟอดินานของแมนยู, แอ็กเกอร์ของลิเวอร์พูล

Limited Defender

กองหลังแบบกองหลั๊งกองหลัง คือเล่นแต่เกมรับอย่างเดียว เกมรุกกรูไม่สนบอลไหลมาเข้าเท้าก็แค่เตะมันให้ไปไกลๆตีน ขอแค่ให้บอลมันไปอยู่ห่างๆหน้าประตูเป็นพอ เป็นกองหลังที่เล่นแบบเน้นปลอดภัยไว้ก่อน ไม่เก็บบอลไว้กับตัวนานเกินจำเป็น เตะบอลทิ้งแบบไม่เสียดาย

ปกติมักจะเป็นกองหลังที่ตัวใหญ่ แข็งแกร่ง ดุดัน แต่ช้า

ตัวอย่างผู้เล่นตำแหน่งนี้ : เจมี่ คาราเกอร์ของลิเวอร์พูล

กองหลังริมเส้นหรือ แบ็คซ้าย/ขวา(RB,LB)
ในปัจจุบันแบ่งได้เป็น 2 ประเภทใหญ่ๆ ซึ่งทุกคนคงจะทราบดีอยู่แล้ว คือฟูลแบ็คและวิงแบ็ค

Fullback
กองหลังริมเส้นแบบคลาสสิค คอยสกัดปีกอีกฝ่ายไม่ให้โยนบอลหรือเลี้ยงบอลผ่านไป(ของแน่)
ในเกมรุก จะช่วยทีมโดยการเติมเกมทางริมเส้น คอยพยุงปีกของทีมให้มีทางเลือกในการจ่ายบอลมากขึ้น

ในบางครั้งอาจเติมเกมถึงสุดเส้นหลัง แต่จะทำก็ต่อเมื่อปีกของทีมจ่ายบอลมาให้เท่านั้น
โดยทั่วๆไปจะยืนอยู่ข้างหลังปีกคอยระวังหลังหรือเก็บบอลที่กระฉอกออกมามากกว่า
ผู้เล่นตำแหน่งนี้จะนอกจากจะต้องเล่นเกมรับให้ดีแล้ว จะต้องโยนบอลเข้ากลางแม่นๆด้วย

ตัวอย่างผู้เล่นตำแหน่งนี้ :ฟิลิป ลาร์มของบาเยิร์น, แกรี่ เนวิลของแมนยู

Wingback

เป็นตำแหน่งที่สำคัญมากๆในฟุตบอลสมัยใหม่
เนื่องจากในปัจจุบัน ไม่ใช่ทุกทีมที่จะใช้ระบบปีก(บราซิลไม่ได้ใช้มานานแล้ว เช่นเดียวกับอิตาลีที่หาปีกได้ยากเต็มทน)

ถึงแม้จะเป็นกองหลัง แต่หน้าที่หลักของวิงแบ็คคือการเติมเกมรุก
ผู้เล่นตำแหน่งนี้จะต้องมีทั้งความเร็ว ความอึดเพื่อวิ่งขึ้นวิ่งลงได้ทั้งเกม การเลี้ยงบอลและการโยนเข้ากลางที่แม่นยำ
โดยส่วนใหญ่วิงแบ็คจะสามารถเล่นตำแหน่งปีกได้ด้วย เพราะรูปแบบการเล่นจะคล้ายๆกัน
แต่ถึงจะคล้ายกันยังไง วิงแบ็คก็คือกองหลัง ไม่ใช่ปีก ดังนั้นแล้ววิงแบ็คต้องเล่นเกมรับได้ดีด้วย
อีกทั้งต้องมีการตัดสินใจที่ดีว่าควรเติมเกมบุกเมื่อไหร่? ควรเติมสูงแค่ไหน? เพราะหากพลาดแล้วกลับตำแหน่งเดิมไม่ทัน นั่นหมายถึงหายนะของทีมเลย

ตัวอย่างผู้เล่นตำแหน่งนี้ : ไมค่อนของอินเตอร์, พาทริก เอฟร่าของแมนยู, เกรน จอร์นสันของลิเวอร์พูล, เซอร์จิโอ้ รามอสของรีลมาดริด

กองกลางตัวรับ(DMC)
ตำแหน่งนี้จะยืนอยู่กึ่งกลางระหว่างไลน์กองหลังและไลน์กองกลาง
เป็นปราการด่านแรกก่อนอีกฝ่ายจะไปเจอกองหลัง หรือเป็นจุดเริ่มต้นของการทำเกมทีมเรา
ผู้เล่นที่ยืนตำแหน่งนี้ ปัจจุบันแบ่งได้ 3 ประเภท

Defensive Midfielder
กองกลางตัวรับแบบมาตรฐาน โดยปกติหน้าที่จะไม่ต่างจากกองกลางแบบปกติเท่าใดนักนอกจากจะยืนต่ำกว่าเท่านั้น
หน้าที่หลักคือ เชื่อมเกมระหว่างกองหลังกับกองกลาง คอยพักบอลเพื่อให้เพื่อนๆได้หายใจหายคอกันบ้าง
คอยประกบหรือคอยสร้างปัญหาให้กับกองกลางตัวรุกของอีกฝั่ง

ผู้เล่นตำแหน่งนี้จะต้องทำหน้าที่เป็นทั้งตั้งรับและทำเกม แต่โดยปกติจะไม่เติมเกมบุกสูงนัก
ในปัจจุบันหาผู้เล่นลักษณะนี้ได้น้อยแล้ว เพราะกองกลางตัวรับในฟุตบอลสมัยใหม่ มักจะแยกหน้าที่ไปเลยว่าจะให้เน้นบุกหรือเน้นรับ

ตัวอย่างผู้เล่นตำแหน่งนี้ : ทอลเซ่น ฟิงค์ของทีมชาติเยอรมัน, นิกกี้ บัต อดีตผู้เล่นของแมนยู

Deep-Lying Playmaker
ในอิตาลีจะเรียกว่า “เรจีสต้า”  ในไทยจะรู้จักในชื่อตัวโฮลดิ้งนั่นแหละ
หน้าที่หลักคือเป็นตัวทำเกมในแนวหลัง คอยจ่ายบอลให้กับตัวรุกเพื่อเปิดเกมบุกผู้เล่นตำแหน่งนี้จะเป็นจุดเริ่มต้นของเกมรุกฝั่งเรา ตัวโฮลดิ้งจะต้องมีการสร้างสรรค์เกมและการจ่ายบอลที่ยอดเยี่ยม ทั้งการจ่ายบอลสั้นและการวางบอลยาว
ถึงแม้จะจัดว่าเป็นกองกลางตัวรับ แต่หน้าที่หลักของตัวโฮลดิ้งคือการทำเกมรุกมากกว่า
ดังนั้นแล้วโดยส่วนใหญ่ หากทีมไหนใช้ผู้เล่นตัวโฮลดิ้ง มักจะมีกองกลางตัวรับอีกคนหนึ่งมาทำหน้าที่ป้องกันในแดนกลางให้
เช่นคู่หู ปีร์โล-กัตตูโซ่ของ เอซี มิลาน แต่ก็ไม่แน่เสมอไปนัก
โดยเฉพาะในอังกฤษที่เน้นการบุกจากปีกเป็นหลัก ทำให้ไม่ต้องเน้นการป้องกันในแดนกลางมากเท่าลีกอื่นๆ

ตำแหน่งนี้ นับว่าเป็นตำแหน่งที่ค่อนข้างใหม่เหมือนกัน
ถึงในลีกอิตาลีจะมีใช้มาหลายปีแล้ว แต่ในลีกอังกฤษพึ่งจะเริ่มนิยมใช้มาได้ 3-4 ปีหลังนี้เอง

ตัวอย่างผู้เล่นตำแหน่งนี้ : ปีร์โล่ของ เอซี มิลาน, ซาบี้ อลองโซ่ของ รีลมาดริด, คาร์ริกของแมนยู

Anchor Man

“ผึ้งงาน” ประจำทีม กองกลางตัวรับที่ทำหน้าที่ “ทำลาย” เกมรุกของฝั่งตรงข้าม
ทำหน้าที่ปักหลักอยู่เหนือกองหลัง คอยไล่บด ไล่เตะ ไล่แย่งบอลจากจากฝ่ายตรงข้ามอย่างไม่รู้จักเหน็ดจักเหนื่อย
ในเกมรุกผู้เล่นแบบนี้จะส่งบอลสั้นๆ ง่ายๆไปให้ผู้เล่นคนอื่นที่ทำเกมบุกเก่งกว่า

ตำแหน่งนี้จะเล่นเกมรับแบบเต็มตัว คอยทำลายเกมบุกของฝั่งตรงข้ามไม่ให้ทำอะไรได้สะดวก
ผู้เล่นแบบนี้จะต้องแย่งบอลเก่ง ร่ายกายแข็งแกร่งแบบสุดๆ และจะต้องอึดมากๆด้วย
เพราะต้องไล่บด ไล่แย่งบอลตลอดทั้งเกม เวลาเราพูดคำว่า “กองกลางตัวรับ” เรามักจะนึกถึงผู้เล่นตำแหน่งนี้ก่อนเพื่อนเลย

ตัวอย่างผู้เล่นตำแหน่งนี้ :มาเกเลเล่ของเชลซี, กัตตูโซ่ของเอซี มิลาน, โมฮาเม็ด ซิสโซโค่ของยูเว่

กองกลางตัวกลาง(MC)

หมดจากกองกลางตัวรับ ก็มาถึงตำแหน่งกองกลางตัวกลางกันบ้าง
ตำแหน่งนี้จะยืนอยู่ในไลน์กองกลางตามปกติ ทำหน้าที่เชื่อมเกมระหว่างหลังกับหน้า
ซึ่งในฟุตบอลสมัยใหม่ ผู้เล่นตำแหน่งนี้ก็แยกย่อยไปได้อีกหลายแบบเหมือนกัน

Central Midfielder
กองกลางแบบมาตรฐาน จะทำหน้าที่ของกองกลางได้ทุกอย่าง ทั้งช่วยเกมรับหรือเติมเกมบุก
แต่โดยทั่วๆไปผู้เล่นตำแหน่งนี้มักจะรับบท “พระรอง” ในทีมซะมากกว่า เพราะไม่ได้เชี่ยวชาญด้านไหนเป็นพิเศษ
จะเล่นบอลแบบง่ายๆ ไม่หวือหวา ไม่โดดเด่น แต่ก็เป็นผู้เล่นที่ทีมขาดไม่ได้
เนื่องจากความสารพัดประโยชน์ที่สามารถทำหน้าที่ไหนก็ได้ ทั้งเกมรับ เกมรุก

ผู้เล่นแบบนี้เรามักจะได้เห็นลงเล่นอยู่บ่อยๆ ทั้งๆที่ไม่มีความสามารถด้านไหนโดดเด่นเป็นพิเศษ
แต่ด้วยความสามารถที่รอบด้าน(แม้จะไม่เด่นซักอย่าง) ทำให้ผู้เล่นแบบนี้สามารถถมช่องว่างในแดนกลางได้แทบทุกตำแหน่ง

ตัวอย่างผู้เล่นตำแหน่งนี้ : เฟรชเชอร์ของแมนยู, ลูคัสของลิเวอร์พูล

Ball-Winning Midfielder
กองกลางตัวตัดเกม การเล่นจะคล้ายๆกับ anchor man คือเน้นที่เกมรับเป็นหลัก
แต่ผู้เล่นลักษณะนี้จะมีความสามารถรอบด้านมากกว่า
คือหลังจากแย่งบอลมาได้แล้ว สามารถครองบอลหรือเปิดเกมบุกได้ด้วยตัวเอง

ดังนั้นแล้วผู้เล่นแบบนี้ นอกจากเกมรับที่ยอดเยี่ยมแล้ว จะต้องมีการครองบอล และการจ่ายบอลที่ใช้ได้เข้ามาเสริมด้วย

ตัวอย่างผู้เล่นตำแหน่งนี้ : โอเว่น ฮากริฟของแมนยู, พาทริก วิเอร่าของแมนซิตี้, เด รอสซี่ของโรม่า

Box-To-Box Midfielder
กองกลางไดนาโม ผู้ไม่ยอมหยุดวิ่งจนกว่าเสียงนกหวีดจะดัง ผู้เล่นลักษณะนี้จะวิ่งพล่านไปทั้งสนาม
เดี๋ยวก็โผล่มาแย่งบอลที่กลางสนาม เดี๋ยวก็โผล่มาเติมเกมบุก เดี่ยวก็โผล่มาสอดยิงจากแถวสอง ฯลฯ

กองกลางไดนาโมจะต้องมีสภาพร่างกายที่ดีเยี่ยม ทั้งความแข็งแกร่ง ความอึด ความเร็ว
ต้องมีทั้งการจ่ายบอลที่ดี และการเคลื่อนที่ไปมาเพื่อเสริมเกมทั้งการบุกและตั้งรับ
ผู้เล่นแบบนี้จะไม่ใช้กองกลางเชิงสูงหรือนักบอลพรพรสวรรค์
แต่ความขยันที่วิ่งมากกว่าใครๆในสนามทำให้ผู้เล่นแบบนี้เป็นกองกลางที่มีประโยชน์ต่อทีมมาก

เป็นที่น่าเสียดายที่กองกลางประเภทนี้ ปัจจุบันกำลังจะสูญพันธุ์
เพราะฟุตบอลสมัยใหม่ มักจะแยกหน้าที่กันชัดเจนไปเลยว่า จะให้ใครเน้นบุก จะให้ใครเน้นตั้งรับ
กองกลางแบบคลาสสิคนี้จึงไม่ค่อยได้เห็นกันแล้ว เจอร์ราดของลิเวอร์พูลก็ “เคย” เป็นผู้เล่นแบบนี้มาก่อน
แต่ช่วงหลังก็เปลี่ยนรูปแบบการเล่นไปเพื่อให้เข้ากับบอลสมัยใหม่มากขึ้น

ปล.แต่ในทีมชาติ เจอร์ราดยังใช้รูปแบบนี้อยู่นะ

ตัวอย่างผู้เล่นตำแหน่งนี้ : สตีเว่น เจอร์ราดของลิเวอร์พูล(สมัยหนุ่มๆ), ไบรอัน รอบสัน อดีตผู้เล่นของแมนยูและทีมชาติอังกฤษ

กองกลางตัวริมเส้น(MR,ML)

มาที่กองกลางตัวริมเส้นหรือที่เราๆเรียกกันว่าปีกนั้น ในไทยคงจะคุ้นเคยกันดีอยู่แล้ว
เพราะเป็นตำแหน่งที่ทีมสโมสรในอังกฤษใช้มากันยาวนาน

Winger
ปีกแบบคลาสสิคที่เราๆคุ้นเคยกันดี
ในสมัยก่อนปีกจะถูกนับเป็นกองหน้านะ แต่ในปัจจุบันมักจะยืนต่ำลงมาอยู่ในตำแหน่งกองกลางแทน
โดยปกติจะเป็นผู้เล่นที่เร็ว เลี้ยงบอลดี และหากโยนเข้ากลางแม่นๆได้ยิ่งดีใหญ่
หน้าที่หลักของปีกก็คือพาบอลเจาะแนวรับทางริมเส้น ใช้ความเร็วและการเลี้ยงบอล กระชากหลบตัวประกบ
แล้วโยนเข้ากลางจากสุดเส้นหลัง เพื่อให้กองหน้าโหม่งหรือชาร์จทำประตู

ตัวอย่างผู้เล่นตำแหน่งนี้ :อารอน เลนน่อนของสเปอร์, ไรอัน กิ๊กของแมนยู, ทิโอ วัลคอตของอาเซน่อล

Wide Midfielder
กองกลางตัวริมเส้นอีกแบบหนึ่ง ไม่ใช่ปีกแบบมาตรฐานที่จะเน้นเลี้ยงไต่เส้นข้าง
ผู้เล่นลักษณะนี้จะประจำการอยู่ที่เส้นข้างกลางสนามซะมากกว่า
หน้าที่หลักคือโยนเข้ากลาง และหุบเข้ามาเล่นตรงกลางในบางครั้งตามแต่โอกาสจะอำนวย

ผู้เล่นแบบนี้จะเล่นเกมรับมากกว่าปีกแบบคลาสสิค ทำให้ต้องรับผิดชอบทั้งเกมรุกและเกมรับ
ดังนั้นจุดสำคัญของผู้เล่นตำแหน่งนี้ไม่ใช่ความเร็วและการเลี้ยงบอล
แต่เป็นความอึดและความขยันที่ต้องเล่นทั้งเกมรุกและเกมรับ รวมถึงการวางบอลยาวและการโยนเข้ากลางที่แม่นยำ

ตัวอย่างผู้เล่นตำแหน่งนี้ : เดวิด เบ็คแฮม, สตีเว่น เจอร์ราด(ถ้าโดนโยกมาเล่นปีก)

Defensive Winger
ปีกตัวรับ(ฟังดูแปลกๆแฮะ) เป็นตำแหน่งที่ค่อนข้างใหม่ในเกมฟุตบอล
ในยุคที่ฟูลแบ็คชอบเติมเกมบุกอย่างบ้าคลั่งในปัจจุบัน
ในบางครั้ง แค่กองหลังตัวริมเส้นเพียงคนเดียวคงรับมือไม่อยู่ (หรือบางทีวิงแบ็คฝั่งเราก็ดันเติมเกมบุกแล้วลงไม่ทัน)
ปีกตัวรับจึงเป็นตำแหน่งที่ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อรับมือ

ในเกมรุก ปีกตัวรับจะไม่เติมเกมมากนัก แต่จะเล่นบอลง่ายๆ เพื่อประคองเพื่อนเท่านั้น
โดยเฉพาะระวังหลังให้วิงแบ็คของฝ่ายเราที่เติมเกมสูง
ส่วนในเกมรับ ปีกประเภทนี้จะทำหน้าที่ “ปิดผนึก” วิงแบ็คของอีกฝ่าย ไม่ให้เติมเกมได้สะดวก

ผู้เล่นตำแหน่งนี้ไม่จำเป็นต้องมีความเร็วมาก ขอแค่มีความอึดที่จะวิ่งขึ้น วิ่งลง ช่วยทั้งเกมบุกและเกมรับได้ก็พอแล้ว
ผู้เล่นแบบมักจะไม่ค่อยมีชื่อเสียง แต่ก็เป็นตำแหน่งที่สำคัญมาก ในการรับมือทีมบางทีมที่ชอบขึ้นเกมรุกทางปีก
และมักจะประสานงานได้ดีหากวิงแบ็คทีมเราชอบเติมเกมบุกบ่อยๆ

ตัวอย่างผู้เล่นตำแหน่งนี้ : ปาร์ค จี ซุงของแมนยู, เคิร์ก เค้าร์ของลิเวอร์พูล

Inside Forward
ปีกตัดเข้าใน เป็นปีกประเภทใหม่ สดๆซิงๆ ที่พึ่งจะถือกำเนิดขึ้นมาได้ไม่กี่ปีมานี่เอง
เป็นตำแหน่งที่เป็นที่นิยมมากขึ้นเรื่อยๆ ผู้เล่นหลายต่อหลายคนได้เปลี่ยนสไตล์มาเล่นตำแหน่งนี้
และได้พิสูจน์มาแล้วว่า มันเป็นตำแหน่งการเล่นที่น่ากลัวมากๆ หากหาผู้เล่นที่เหมาะสมได้

ปีกประเภทนี้ มักจะยืนสูงกว่าปีกประเภทอื่นๆ ที่จะยืนอยู่ที่ริมเส้นกลางสนาม
แต่ปีกตัดเข้าใน จะยืนรอบอลอยู่ที่ข้างกรอบเขตโทษ(อาจจะนับว่าเป็นกองหน้าด้วยซ้ำสำหรับตำแหน่งนี้)
จากนั้นจะเลี้ยงบอลกระชากหลบกองหลัง เพื่อตัดเข้าไปในเขตโทษ เพื่อทำประตูหรือจ่ายบอลสั้นๆให้เพื่อนที่สอดขึ้นมายิง

ปีกตัดเข้าใน จะต้องมีทั้งความเร็ว การเลี้ยงบอล และการทำประตูที่ดี อีกทั้งโดยมาก ปีกประเภทนี้จะยืนฝั่งตรงข้ามกับเท้าข้างที่ถนัด
เช่น เมสซี่เล่นฝั่งขวาทั้งๆที่ถนัดซ้าย, ในบอลโลก 2010 ร๊อบเบนก็เล่นฝั่งขวาทั้งๆที่ถนัดซ้ายเช่นเดียวกัน
เหตุผลคือเวลาตัดเข้าในได้แล้ว จะหามุมยิงได้ง่ายกว่าหากเท้าข้างที่ถนัดเป็นคนละข้างกับฝั่งที่เล่น
แต่ข้อเสียก็มีคือจะโยนบอลเข้ากลางได้ไม่ถนัด

42 ประตูของโรนัลโด้กับแมนยูใน ฤดูกาล 2007/08
ฟอร์มระดับนอกโลกของเมสซี่และสถิติการยิงประตูที่กองหน้ายังต้องอาย
ร็อบเบนฉีกแนวรับที่มีแต่นักเตะระดับโลกของบราซิลซะกระจุยกระจาย
คงเป็นเครื่องพิสูจน์ที่ดีแล้วว่า ปีกตัดเข้าในเป็นตำแหน่งที่น่ากลัวขนาดไหน

ตัวอย่างผู้เล่นตำแหน่งนี้ : คริสเตียโน่ โรนัลโด้ของรีล มาดริด, เมสซี่ของบาเซโลน่า, ร๊อบเบนในบอลโลก 2010, อองรีตอนเล่นให้บาเซโลน่า

หน้าต่ำ(AMC)
ตำแหน่งหน้าต่ำ ก็ตามชื่อละครับ ตำแหน่งยืนจะอยู่กึ่งกลางระหว่า่งไลน์กองกลางกับกองหน้าของเรา
โดยทั่วๆไปจะทำหน้าที่สนับสนุนกองหน้า ในปัจจุบัน ผู้เล่นแบบนี้ก็แบ่งแยกย่อยออกมาได้อีก

Advanced Playmaker
เพลเมคเกอร์แบบคลาสสิก จะเติมเกมขึ้นสูง เพื่อจ่ายบอลจังหวะสุดท้ายตัดแผงกองหลังไปให้เพื่อนทำประตู
ผู้เล่นเพลเมคเกอร์จะต้องมีการสร้างสรรค์เกมที่ดีเยี่ยม การครองบอลที่เหนียวแน่น
การจ่ายบอลคิลเลอพาส การครอสบอลไปให้ปีก และวิสัยทัศน์ในการอ่านเกม เป็นผู้เล่นที่น่าตื่นตาตื่นใจมาก

โดยปกติ เพลเมคเกอร์จะไม่ลงมาช่วยเกมรับมากนัก เพราะหน้าที่หลักของเขาคือการสร้างสรรค์เกมรุก
จึงจำเป็นต้องมีกองกลางที่เล่นเกมรับเก่งๆอีกซักคนมาคอยระวังหลังให้

ตำแหน่งการยืนของเพลเมคเกอร์ ก็อาจจะกำหนดลักษณะการเล่นของเพลเมคเกอร์ได้เหมือนกัน
โดยปกติเพลเมคเกอร์จะยืนอยู่ในตำแหน่งหน้าต่ำ คอยสนับสนุนกองหน้า
ทำเกมในแนวรุกเต็มตัวและทิ้งเกมรับไปเลย แต่เพลเมคเกอร์ที่ยืนอยู่ไลน์เดียวกับแผงกองกลางปกติก็มีเหมือนกัน(เช่นฟราเบรกาส)
เพลเมคเกอร์ที่ยืนต่ำลงมาเล็กน้อย จะลงมาช่วยเกมรับด้วยในบางครั้ง
คอยประกบตัวผู้เล่นเพื่อลดตัวเลือกการส่งบอลของอีกฝ่าย คอยช่วยไล่บอลในแดนกลาง
แต่โดยรวมๆ หน้าที่หลักของเขาก็คือทำเกมรุกอยู่ดี

ตัวอย่างผู้เล่นตำแหน่งนี้ : เชส ฟราเบรกาสของ อาเซน่อล, กาก้าของ รีลมาดริด, ริเกลเม่ของอาเจนติน่า , ซีดานของฝรั่งเศส, พอล แกสคอยของอังกฤษ

Attacking Midfielder
หรือกองกลางตัวรุก ผู้เล่นประเภทนี้จะไม่มีเทคนิคหรือการจ่ายบอลที่ดีแบบเพลเมคเกอร์ (แต่ก็ต้องทำได้ดีในระดับหนึ่ง)
แต่จะใช้สภาพร่างกายที่แข็งแกร่งกว่าเข้ามาเสริมแทน

หน้าที่หลักคือการสนับสนุนกองหน้า, หาโอกาสยิงไกลจากแถวสอง, หรือเข้าชาร์จทำประตูจากนอกเขตโทษ
ผู้เล่นแบบนี้จะไม่ต้องการพื้นที่ในการเล่นมากเท่ากับเพลเมคเกอร์
เพราะสามารถเข้าชน เข้าเบียดกับกองหลังหรือกองกลางตัวรับของอีกฝ่ายได้สบายๆ

ตัวอย่างผู้เล่นตำแหน่งนี้ : แฟร้ง แลมพาร์ดของ เชลซี, พอล สโคลของ แมนยู

Withdrawn Striker
หรือกองหน้าตัวฟรี ในเกมจะเรียกตำแหน่งนี้ว่า inside forward เหมือนปีกตัดเข้าใน(ต่างแค่ตำแหน่งยืน)
แต่ในบทความจากหลายๆที่ เขาจะเรียกตำแหน่งนี้ว่า withdrawn striker มากกว่า เพราะการเล่นค่อนข้างแตกต่างกัน

ตำแหน่งนี้ ปกติมักจะเห็นได้ในแผนการเล่นแบบ 4-4-1-1
โดยกองหน้าตัวฟรีจะยืนอยู่หลังกองหน้า คอยสนับสนุนจากแถวสอง
เป็นตำแหน่งที่ได้รับอิสระในการเล่นค่อนข้างสูง ทั้งฉีกออกด้านข้าง เข้าไปรอบอลในเขตโทษ หรือหาช่องว่างหน้าแผงกองหลัง ฯลฯ
สร้างความปวดเศียรเวียนเกล้าให้แก่อีกฝ่ายมาก เพราะสามารถไปอยู่ได้ทุกที่ หากอีกฝ่ายเกิดเผลอขึ้นมา

ผู้เล่นตำแหน่งนี้จะมีหน้าที่หลักในการทำประตู และสร้างโอกาสให้กองหน้าอีกคนที่ยืนค้ำอยู่
กองหน้าตัวฟรีนอกจากจะต้องยิงประตูเก่งๆแล้ว จะต้องจ่ายบอลดี
หาช่องว่างเก่งๆ และอึดพอที่จะเคลื่อนไหวไปมาได้ตลอดทั้งเกมด้วย

ตัวอย่างผู้เล่นตำแหน่งนี้ :สตีเว่น เจอร์ราดของลิเวอร์พูล(ถ้าให้ยืนหน้าต่ำ), เวนย์ รูนี่ของแมนยู(ถ้าให้ยืนหน้าต่ำ)

กองหน้า(FC)
มาถึงตำแหน่งสุดท้ายซะที
กองหน้าในปัจจุบันก็มีหลากหลาย ในอดีตกองหน้าจะมีหน้าที่อย่างเดียวคือทำประตู
แต่ในฟุตบอลสมัยใหม่ กองหน้าจะต้องทำได้มากกว่านั้น ทำให้เกิดกองหน้าหลายรูปแบบขึ้นในปัจจุบัน

Poacher
กองหน้าแบบคลาสสิค หน้าที่ของเขามีอย่างเดียวเท่านั้นคือ “ทำประตู” แต่คุณทราบหรือไม่ กองหน้าประเภทนี้กำลังจะสูญพันธุ์!!

เนื่องจากฟุตบอลสมัยใหม่ ภาระหน้าที่ของกองหน้านั้นมีมากกว่าการทำประตูอย่างเดียว
ปัจจุบันกองหน้าต้องลงมาไล่บอลในแดนกลางมากขึ้น ต้องจ่ายบอลให้กองกลางที่สอดขึ้นมายิงเป็น
หรืออาจต้องฉีกออกไปรับบอลที่ริมเส้นหากอีกฝ่ายเอารถบัสมาจอดขวางไว้หน้าประตู
ซึ่งทั้งหมดนั้น กองหน้าประเภทนี้ทำแทบไม่เป็นเลย

รูปแบบการเล่นของ Poacher จะยืนรออยู่ในไลน์เดียวกับแผงกองหลัง
แล้ววิ่งทะลุแผงหลังไปรับบอลที่เพื่อนจ่ายทะลุช่องมาให้(ระวังล้ำหน้าด้วยหล่ะ)
หรือไม่ก็ไปป้วนเปี้ยนอยู่ในกรอบเขตโทษ พยายามหาช่องว่างแล้วรอชาร์จจากลูกโยนเข้ากลาง
ดังนั้นแล้ว poacher จะต้องมีความเร็วที่ดี หาช่องว่างเก่งๆ และที่สำคัญคือจะต้องยิงคมๆ เพื่อจบสกอร์ให้กับทีม

Poacher อาจจะทำประตูได้มากมายเป็นกอบเป็นกำ แต่เขาจะมีส่วนร่วมกับเกมน้อยมาก
ได้แตะบอลก็แค่จังหวะสุดท้ายก่อนบอลเข้าตาข่าย
แถมจำเป็นต้องมีคู่กองหน้าอีกคนมาเป็นคู่หู คอยดึงตัวประกบออกไปไม่อย่างนั้นจะโดนตัดออกจากเกมไปเลย
และหากวันไหนที่เขาเล่นไม่ออก เขาจะเป็นตัวถ่วงของทีมเลยทีเดียว เพราะเท่ากับว่าทั้งทีมเล่นกันอยู่แค่ 10 คน

ตัวอย่างผู้เล่นตำแหน่งนี้ :ฟิลิโป้ อินซากี้ของ เอซีมิลาน,ไมเคิล โอเว่นของแมนยู, ราอูล กอนซาเลสของรีล มาดริด(ย้ายไปชาลเก้แล้ว), เชฟเชนโก้(ไปอยู่ไหนไม่รู้แล้ว)

Target Man
หรือกองหน้าตัวเป้า เป็นกองหน้าสไตล์ยักษ์ปักหลั่น เหมือนกับ poacher ตรงที่เป็นกองหน้าแบบโบราณเหมือนกัน
แต่ต่างกันตรง หน้าเป้ายังคงเป็นตำแหน่งที่เป็นที่ต้องการของฟุตบอลสมัยใหม่อยู่

หน้าเป้าต้องเป็นกองหน้าที่เล่นลูกกลางอากาศเก่ง มีทั้งความสูงและพละกำลังที่จะเบียดแย่งบอลกับกองหลังได้
โดยปกติจะเป็นกองหน้าที่คอยสนับสนุนกองหน้าอีกคน โดยใช้ร่างกายที่สูงใหญ่กับพละกำลัง
คอยบังบอล เก็บบอลเอาไว้เพื่อจ่ายให้กองหน้าอีกคน หรือดูดบอลลงพื้นจากลูกครอส เพื่อสร้างโอกาสให้คู่กองหน้า
และหน้าเป้ายังเป็นเป้าหมายชั้นดีของเพื่อนร่วมทีมในการโยนบอลยาวมาให้ แถมยังลงไปช่วยโหม่งป้องกันประตูจากลูกเตะมุมได้อีก

หน้าเป้า ไม่จำเป็นต้องยิงคม ไม่จำเป็นต้องเบสิกบอลดี แค่ความสูงกับพละกำลังก็เป็นอาวุธที่ใช้ต่อกับแผงกองหลังได้ทุกประเภทแล้ว
กองหน้าประเภทนี้มักจะยิงได้ไม่เยอะ แต่มีประโยชน์ต่อทีมมาก

ตัวอย่างผู้เล่นตำแหน่งนี้ :มิโลสลาฟ โครเซ่ของทีมชาติเยอรมัน, เอมิล เฮสกี้ของแอสตั้น วิลล่า

Advanced Forward
กองหน้าที่พัฒนามาจาก poacher
ลักษณะการเล่นจะคล้ายๆกัน คือยืนอยู่ไลน์เดียวกับกองหลังแล้วรอบอลจ่ายทะลุช่องจากเพื่อนเพื่อทำประตู
หรือรอเข้าชาร์จจากลูกโยนเข้ากลาง

แต่สิ่งที่แตกต่างกันคือ advance forward จะมีส่วนร่วมกับเกมมากกว่า
สามารถลงต่ำเล็กน้อยมารับบอล อาศัยความเร็วเลี้ยงบอลฉีกหนีกองหลังเข้าไปทำประตู
หรือฉีกออกด้านข้าง เพื่อจ่ายบอลเข้ากลางให้คู่กองหน้าหรือส่งให้กองกลางที่สอดขึ้นมายิงจากแถวสองก็ได้

กองหน้าประเภทนี้จะครบเครื่องกว่า poacher คือนอกจากจะทำประตูได้แล้ว ยังสามารถปั้นเกมให้เพื่อนได้ด้วย
แต่หน้าที่หลักของเขาก็คือการทำประตูอยู่ดี ดังนั้นแล้วผู้เล่นตำแหน่งนี้มักจะเป็นผู้เล่นที่ยิงประตูได้มากที่สุดในทีม

ตัวอย่างผู้เล่นตำแหน่งนี้ :บีย่าของบาเซโลน่า, เอโต้ของอินเตอร์, โรนัลโด้ของบราซิล, อองรีตอนเล่นให้อาเซน่อล

Deep-Lying Forward
กองหน้าอีกประเภทหนึ่ง ซึ่งมักจะทำหน้าที่สนับสนุนคู่กองหน้าอีกคน
กองหน้าประเภทนี้ จะลงมารับบอลลึกถึงแผงกองกลาง แล้วส่งต่อให้คู่กองหน้าทำประตู
หรือยืนบังบอล คอยทำชิ่งกับแผงกองกลาง เพื่อให้กองกลางสอดขึ้นมายิง

กองหน้าสไตล์นี้ นอกจากจะต้องยิงประตูคมแล้วจะต้องเทคนิคดี เบสิกบอลต้องแน่น ร่ายกายก็ต้องแข็งแกร่ง
สามารถทำประตูด้วยตัวเองหรือสนับสนุนเพื่อนให้ทำประตูได้ด้วย
เรียกว่านอกจากต้องชงเองกินเองได้แล้ว ต้องชงแล้วส่งต่อให้เพื่อนกินได้อีก

อีกทั้งในเกมรับ กองหน้าประเภทนี้ยังอาจลงมาไล่บอลตรงกลางสนาม เพื่อคอยสนับสนุนแผงกองกลางในเกมรับอีกตังหาก

ตัวอย่างผู้เล่นตำแหน่งนี้: เวนย์ รูนี่สมัยเล่นให้เอฟเวอร์ตัน, เดนนิส เบิร์กแคม, เท็ดดี้ เชอริ่งแฮม

Trequartista
หากแปลตรงๆก็คือ กองหน้า 3 ส่วน 4 (three-quarter forward) แต่ในไทยอาจจะรู้จักในชื่อกองหน้าตัวทำเกม
หากหน้าต่ำคือตำแหน่งกึ่งกลางระหว่างกองกลางกับกองหน้า
Trequartista จะเป็นตำแหน่งกึ่งกลางระหว่างหน้าต่ำกับกองหน้าอีกที

ลักษณะการเล่นในเกมรุกจะคล้ายๆกับ Deep-Lying Forward คือช่วยสนับสนุนคู่กองหน้า
หรือสนับสนุนแดนกลางให้สอดขึ้นมายิงประตู แต่ที่ต่างกันก็คือ ตำแหน่งนี้จะไม่ลงต่ำไปรับบอลหรือลงไปช่วยไล่บอลในเกมรับ
แต่จะปักหลักอยู่ในตำแหน่งกองหน้า รอบอลจากเพื่อนเพื่อทำเกมรุก

ตำแหน่งนี้เป็นตำแหน่งที่จะทิ้งเกมรับไปอย่างสิ้นเชิง ไม่ช่วยไล่บอล ไม่ช่วยประกบตัวผู้เล่นอีกฝ่าย
เวลาที่ทีมไม่ได้ครองบอล ผู้เล่นตำแหน่งนี้จะฉีกออกมาหาพื้นที่ว่าง หนีตัวผู้เล่นอีกฝ่าย
รอให้เพื่อนแย่งบอลมาให้ แล้วรับบอลจากเพื่อนเพื่อทำเกมบุกทันที
เรียกว่าตำแหน่งนี้จะเล่นเกมบุกตลอด ถึงแม้จะเป็นฝ่ายตั้งรับก็ตาม
เวลาทีมต้องตั้งรับ ผู้เล่นอีก 10 คนจะเล่นเกมรับเผื่อในส่วนของเขา
แต่เวลาเล่นเกมรุก เขาจะเป็นตัวความหวังของเพื่อนร่วมทีมทุกคน

Trequartista มักจะยืนอยู่ในตำแหน่งกองหน้า แต่ก็สามารถยืนอยู่ในตำแหน่งหน้าต่ำได้เช่นกัน

อยู่ที่ว่าผู้เล่นคนนั้นจะเน้นอะไร เน้นสนับสนุนเพื่อนก็จะไปยืนอยู่หน้าต่ำ เน้นทำประตูก็จะไปยืนอยู่กองหน้า

ผู้เล่นแบบนี้จะต้องมีเทคนิค การจ่ายบอล วิสัยทัศน์ ความคิดสร้างสรรค์ และการจบสกอร์ในระดับสูง
เป็นตำแหน่งที่ได้รับอภิสิทธิ์มากมาย ดังนั้นแล้วจะต้องทำหน้าที่ให้ดีเพื่อให้สมกับอภิสิทธิ์ที่ได้รับนั้น
เพราะหากเล่นไม่ออก ก็กลายเป็นแค่ตัวถ่วงทีมทันที

ตัวอย่างผู้เล่นตำแหน่งนี้: เบอร์ 10 ของทีมชาติอิตาลีทั้งหลาย(บักโจ้,เดลปิเอโร่,ต๊อตติ)

Complete Forward
กองหน้าเบ็ดเสร็จหรือกองหน้าสมบูรณ์แบบ เป็นตำแหน่งที่หาได้ยาก เพราะกองหน้าแบบนี้ต้องทำประตูได้ทุกรูปแบบ

มีทั้งความเร็วในการเข้าฮอส มีทั้งความสูงและพละกำลังในการโหม่งทำประตู มีทั้งเทคนิคและเบสิกบอลที่ดีในการเล่นลูกบนพื้น
เรียกว่ารวมเอาทั้ง การจบสกอร์ของ poacher
การเล่นลูกกลางอากาศของ tagetman
และเทคนิคของ deep-lying forward เอาไว้ในคนเดียว

ผู้เล่นแบบนี้รับมือได้ยาก เพราะสามารถเล่นได้ทุกรูปแบบ แล้วแต่แทคติกของทีมจะวางมา

ตัวอย่างผู้เล่นตำแหน่งนี้: ด๊อกบ้าของเชลซี, ตอเรสของลิเวอร์พูล

Defensive Forward
กองหน้าตัวรับ(มันมีจริงๆด้วยเว๊ยเฮ้ย!!) เป็นตำแหน่งที่มีความสำคัญมากขึ้นเรื่อยๆในฟุตบอลสมัยใหม่
กองหน้าตัวรับ จะทำหน้าที่ไล่กดดันอีกฝ่ายตั้งแต่แดนหน้า
วิ่งเข้ากดดันกองหลังหรือกองกลางตัวรับที่ครองบอลอยู่ หรือไล่เก็บบอลที่กระฉอกออกมา
ในเกมรุก กองหน้าตัวรับจะพยายามเล่นบอลง่ายๆ ช่วยประคองเพื่อนร่วมทีมมากกว่าที่จะหาโอกาสยิงเอง

ตำแหน่งนี้ เป็นตำแหน่งเฉพาะกิจซะมากกว่าตำแหน่งที่จะเล่นไปตลอดชีวิตการค้าแข้ง
ผู้เล่นที่เล่นตำแหน่งนี้ จะเป็นผู้เล่นกองหน้าในรูปแบบอื่นๆที่ได้กล่าวมาแล้วข้างต้น
แต่ได้เปลี่ยนมาเล่นสไตล์นี้ ตามแท็คติกของกุนซือเป็นนัดๆไปมากกว่า

ผู้เล่นแบบนี้ ต้องอึดมากๆ เพราะต้องวิ่งไล่บอลตลอดทั้งเกม เรียกว่าต้องวิ่งตลอด 90 นาทีเลยทีเดียว

ตัวอย่างผู้เล่นตำแหน่งนี้: รูนี่, ร๊อบบี้ คีน ก็เล่นแบบนี้เป็นบางนัด

Advertisements

About pasatito

dig dig dig
This entry was posted in Uncategorized. Bookmark the permalink.

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s